เมนูหลัก

เกี่ยวกับตำบล - ประวัติตำบล



ตำบลวังทรายพูน เป็นชื่อของภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มบริเวณวัดเขตมงคล และวัดวังทรายพูนใน สมัยก่อนเป็นวังน้ำขนาดใหญ่ ต่อมาทรายที่ไหลผ่านตามกระแสน้ำจากเชิงเขาด้านตะวันออกได้มาทับ ถมกันสูงขึ้นในลักษณะเหมือนเอาทรายมาพูนเป็นกอง ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นบริเวณตำบลวังทรายพูนมีภูมิประเทศ เป็นที่สูง น้ำจะไหลไปทางทิศเหนือ ทิศใต้และทิศตะวันตกทั้ง 3 ด้าน ชาวบ้านจึงเรียกว่า “วังทรายพูน” ประชาชนส่วนใหญ่พูดภาษาอีสาน นับถือศาสนาพุทธ อยู่ในเขตอำเภอวังทรายพูน ประกอบด้วย 14 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านวังทรายพูน บ้านวังทรายพูนใน บ้านบุ่งมะกรูด บ้านวังแสง บ้านเนินหัวโล้ บ้านตากแดด บ้านทุ่งโม่ง บ้านหนองยาง บ้านวังพลับ บ้านหนองระมาน บ้านวังโม่ง บ้านหนองยางใต้ บ้านหนองยางเหนือ บ้านวังทรายทอง
สภาพทั่วไปของตำบล มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขาและบางแห่งเป็น ที่ราบลุ่ม มีพื้นที่ทั้งหมด 59,848 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 37,405 ไร่ ลักษณะภูมิอากาศมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว อากาศจะร้อนจัดและแห้งแล้งในฤดูร้อน ฤดูหนาวอากาศเย็นจัดในเวลากลางคืน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา รับจ้าง ส่วนอาชีพเสริม เย็บผ้า ทอผ้า จักสาน ปลูกแตงโม เลี้ยงวัว ปลูกผักปลอดสารเคมี

ตำบลวังทรายพูนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 14 หมู่บ้าน ดังนี้

หมู่ที่ 1 บ้านวังทรายพูน เดิมเป็นตำบลหนองปลาไหล ต่อมาปี พ.ศ. 2517 แยกเป็นตำบลวังทรายพูน ตั้งหมู่บ้านเป็นหมู่ที่ 1 แยกออกจากบ้านวังทรายพูนใน ตำบลวังทรายพูน มี 14 หมู่บ้าน คือ บ้านวังทรายพูน บ้านวังทรายพูนใน บ้านบุ่งมะกรูด บ้านวังแสง บ้านเนินหัวโล้ บ้านตากแดด บ้านทุ่งโม่ง บ้านหนองยาง บ้านวังพลับ บ้านหนองระมาน บ้านวังโม่ง บ้านหนองยางใต้ บ้านหนองยางเหนือ และบ้านวังทรายทอง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอ ระยะห่างจากอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร ที่มาของชื่อหมู่บ้าน “วังทรายพูน” เป็นชื่อของภูมิประเทศ ที่เป็นที่ราบลุ่มบริเวณวัดเขตมงคล วังทรายพูนในสมัยก่อนนั้นเป็นวังน้ำขนาดใหญ่ ต่อมาทรายที่ไหลผ่านมาตามกระแสน้ำจากเชิงเขาด้านตะวันออก ได้มาทับถมกันสูงขึ้นในลักษณะเหมือนเอา ทรายมาพูนเป็นกอง ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นบริเวณตำบลวังทรายพูน มีภูมิประเทศที่เป็นที่สูงน้ำจะไหลไปทางทิศเหนือ ทิศใต้และทิศตะวันตกทั้ง 3 ด้าน ชาวบ้านจึงเรียกว่า ตำบลวังทรายพูน กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 1 บ้านวังทรายพูน มีเชื้อสายไทย ลาว เป็นส่วนใหญ่อพยพมาจากหลายจังหวัด มาตั้งถิ่นฐานที่บ้านวังทรายพูน

หมู่ที่ 2 บ้านวังทรายพูนใน เดิมขึ้นกับตำบลหนองปลาไหล หมู่ที่ 6 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2517 ได้แยกออกเป็นตำบลวังทรายพูน บ้านวังทรายพูน หมู่ที่ 2 ตำบลวังทรายพูน จึงเรียกกันใหม่ว่า บ้านวังทรายพูนใน หมู่ที่ 2 ที่มาของชื่อหมู่บ้าน เดิมทีนั้นบ้านวังทรายพูนเป็นป่าดงดิบมี สิงห์สาราสัตว์มากมาย เช่น เก้ง กวาง ชะนี กระรอก กระแต ฯลฯ ต่อมาได้มีคนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้น เดิมทีนั้นบ้านวังทรายพูน มีน้ำป่าไหลหลากในลำคลองเป็นทรายมูลอยู่ในลำคลอง ชาวบ้านพบเห็นจึงเรียกกันว่าวังทรายมูล ต่อมาชาวบ้านจึงพากันตั้งชื่อใหม่ว่า บ้านวังทรายพูน กลุ่มชนและเชื้อสาย ชาวบ้านส่วนใหญ่จะอพยพมาจากทางภาคอีสานหลายๆ จังหวัดมารวมกันอยู่ เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุทัยธานี มารวมกันก่อตั้งบ้านวังทรายพูน ผู้ริเริ่มก่อตั้งบ้านวังทรายพูน คือ แม่ใหญ่อ่ำ แก้วขาว พ่อใหญ่มี อินทเสน พ่อใหญ่คำ สาริโสด พ่อใหญ่เทิม แก้วขาว อพยพมาจากทางภาคอีสาน

หมู่ที่ 3 บ้านบุ่งมะกรูด บ้านบุ่งมะกรูดเดิมเป็นหมู่บ้านที่ขึ้นกับตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง และเมื่อมีการตั้งอำเภอวังทรายพูนขึ้นก็แบ่งเขตการปกครองของตำบ ลขึ้นใหม่ และขึ้นอยู่กับตำบลวังทรายพูน เป็นหมู่ที่ 3 ตำบลวังทรายพูนจนถึงปัจจุบัน และมีผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายจันทา ทวีบูรณ์ 2. นายบรรจง ยอดพันธ์ และปัจจุบันมี นายลออ สุขพระจันทร์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ที่มาของชื่อหมู่บ้าน หมู่บ้านบุ่งมะกรูดชื่อเดิม บุ่งผักกรูด ซึ่งเรียกตามลักษณะของพื้นที่ของหมู่บ้าน เพราะเมื่อก่อนบริเวณรอบวัดขณะนั้นเป็นลำราง และมีผักกรูดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงเรียกชื่อหมู่บ้านบุ่งผักกรูด และมีการเรียกเพี้ยนเป็นบุ่งมะกรูดจนถึงปัจจุบัน กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 3 บ้านบุ่งมะกรูด เชื้อสายไทย-อีสาน ตระกูลดั้งเดิม นายแดง ชัยสง นายเคน จันทะพาหะ นายทราย กุลบุตร อพยพมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์

หมู่ที่ 4 บ้านวังแสง บ้านวังแสงมีชื่อเดิมว่าบ้านโคกขี้เถ้า เดิมเป็นป่าดงดิบมีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 10 หลังคาเรือน ชาวบ้านพากันมาบุกเบิกเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำนา ทำไร่ ต่อมามีคนที่อื่นเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้นจนป่าไม้แทบไม่มี มีบ้านคนมากขึ้น หมู่บ้านก็เจริญมากขึ้น ถึงปี 2490 ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น ในที่นา นายหล้า สีชา เป็นผู้บริจาคที่เพื่อสร้างวัด ชื่อว่า วัดวังแสง เพราะมีประวัติมีต้นแสงตามลำคลองและผ่านหลังวัดมีต้น แสงใหญ่อยูติดกับวัดจึงตั้งชื่อวัดว่าวัดวังแสง ชาวบ้านจึงเปลี่ยนชื่อบ้านโคกขี้เถ้าเป็นบ้านวังแสงให้คล้องจอง กับวัด ต่อมาทางอำเภอให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน นายมา คำสิงห์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ของหมู่ที่ 4 และได้สร้างโรงเรียนวังแสงขึ้น ที่มาของชื่อหมู่บ้าน ปี 2490 ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น ในที่นาของนายหล้า สีชา เป็นผู้บริจาคที่เพื่อสร้างวัด ชื่อว่า วัดวังแสง เพราะมีประวัติมีต้นแสงตามลำคลองและผ่านหลังวัดมี ต้นแสงใหญ่อยู ติดกับวัดจึงตั้งชื่อวัดว่าวัดวังแสง ชาวบ้านจึงเปลี่ยนชื่อบ้านโคกขี้เถ้าเป็นบ้านวังแสงให้คล้องจอง กับวัดกลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 4 บ้านวังแสง เชื้อสายลาวแง้ว ตระกูลดั้งเดิม คือ ตระกูลสีชา เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานอพยพมาจากจังหวัดลพบุรี

หมู่ที่ 5 บ้านเนินหัวโล้ ชาวบ้านเนินหัวโล้ ราษฎรส่วนใหญ่อพยพมาจากหลายท้องที่ โดยเฉพาะจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี บางส่วนมาจากจังหวัดสระบุรี เพชรบุรี นับตั้งแต่ได้ประกาศแต่งตั้งหมู่บ้านเนินหัวโล้มามีผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่ง ดังนี้
1. นายจอม บุญจันทร์ (พ.ศ. 2393 - พ.ศ. 2396)
2. นายสูน แก่นสาร (พ.ศ. 2397 - พ.ศ. 2506)
3. นายวงเดือน อัสโย (พ.ศ. 2506 - พ.ศ. 2535)
4. นายวิสุตา อินทร์กอง (พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2550)
5. นายบุญมี อัดโดดดร (พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2555)
6. นายทองใบ กิมากรณ์ (พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน)
ที่มาของชื่อหมู่บ้าน สาเหตุที่ชื่อบ้านเนินหัวโล้ เนื่องมาจากสภาพภูมิประเทศเป็นเนินดินสูงประกอบกับราษฎรใน หมู่บ้านสมัยก่อน เจ็บป่วยเป็นโรคชนิดหนึ่งเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านเรียกโรคดังกล่าวว่า ไข้หัวโล้น และเรียกติดต่อกันมาเรื่อยๆ เป็นเนินหัวโล้จนถึงปัจจุบัน กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 5 บ้านเนินหัวโล้ เชื้อสายไทยอีสาน อพยพมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอีสานเป็นส่วนใหญ่

หมู่ที่ 6 บ้านตากแดด เดิมชื่อหมู่บ้านคลองยาง มีลักษณะป่าปกคลุมหนาไม่ค่อยมีแดด แต่มีลำคลองไหลผ่านหมู่บ้านมีน้ำเข้าตลอดทั้งปีช่วงกลางหมู่บ้า นจะมีวังอยู่วังหนึ่งซึ่งมีช่องเห็นแดดและ มีปลาเยอะ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านตากแดด กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 6 บ้านตากแดด เชื้อสายไทยอีสาน อพยพมาจากทางภาคอีสาน บ้านมุง จังหวัดกาญจนบุรี บ้านไตร จังหวัดเพชรบูรณ์

หมู่ที่ 7 บ้านทุ่งโม่ง บ้านทุ่งโม่ง เดิมชื่อบ้านวังโม่ง ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองพิจิตร หมู่ที่ 6 ปี พ.ศ. 2510 ได้แยกจากหมู่บ้านตากแดด หมู่ 6 ปัจจุบันเป็น หมู่ 7 ตำบลวังทรายพูน ปัจจุบันได้แยกออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือ บ้านวังโม่ง หมู่ 11 และบ้านหนองระมาน หมู่ 10 ตำบลวังทรายพูน ปัจจุบันมีประชากร 393 จำนวน 92 ครัวเรือน ประชากรโดยส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 1,877 ไร่ กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 7 บ้านทุ่งโม่ง มีเชื้อสายไทยอีสานเป็นส่วนใหญ่ โดยอพยพมาจากหลายจังหวัด เช่น อุทัยธานี –กาฬสินธุ์ – ร้อยเอ็ด – เพชรบูรณ์ – เลย เนื่องจากขาดแคลนที่ทำกิน

หมู่ที่ 8 บ้านหนองยาง เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2478 มีราษฎรจากหลายจังหวัดได้อพยพมาอยู่บ้านหนองยางในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเพมาจากอีสาน เหตุที่ชื่อบ้านหนองยางเนื่องมาจากรอบๆหนองน้ำใกล้หมู่บ้าน มีต้นยางน้อย – ใหญ่ ขึ้นอยู่โดยรอบ ชาวบ้านจึงเกิดความประทับใจจึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านหนองยาง เดิมบ้านหนองยางเป็น หมู่ที่ 4 อยู่ในเขตตำบลหนองปลาไหล ที่มาของชื่อหมู่บ้าน เหตุที่ชื่อบ้านหนองยางเนื่องมาจากรอบๆหนองน้ำใกล้หมู่บ้าน มีต้นยางน้อย – ใหญ่ ขึ้นอยู่โดยรอบ ชาวบ้านจึงเกิดความประทับใจจึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านหนองยาง เดิมบ้านหนองยางเป็น หมู่ที่ 4 อยู่ในเขตตำบลหนองปลาไหล กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 8 บ้านหนองยาง เชื้อสายไทยอีสาน ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของภาคอีสาน

หมู่ที่ 9 บ้านวังพลับ บ้านวังพลับเดิมอยู่ในป่าดงดิบอยู่ในเขต หมู่ที่ 17 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ในหมู่บ้านมีต้นมะพลับใหญ่ 1 ต้น บริเวณต้นมะพลับจะมีวังน้ำจะมีน้ำตลอดทั้งปี ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกว่า บ้านวังพลับ คนส่วนใหญ่เดิมย้ายมาจากบ้านคลองสะแก ป่าหวาย ต่อมาตั้งกิ่งอำเภอวังทรายพูน ประมาณ ปี พ.ศ. 2515 พื้นที่นี้จึงถูกแบ่งออกมาอยู่ หมู่ที่ 3 ตำบลวังทรายพูน มีผู้ใหญ่สมบูรณ์ อินทะเสน เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกและประมาณ พ.ศ. 2517 จึงแยกออกจาก หมู่ที่ 3 มาเป็น หมู่ที่ 9 ตำบลวังทรายพูน เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ห่างกันดูแลลำบาก ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาลปัจจุบันนางละมัย จรรยา เป็นผู้ใหญ่บ้าน ที่มาของชื่อหมู่บ้าน ในหมู่บ้านมีต้นมะพลับใหญ่ 1 ต้น บริเวณต้นมะลับจะมีวังน้ำจะมีน้ำตลอดทั้งปี ดังนั้น ชาวบ้านจึงเรียกว่า บ้านวังพลับ กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 9 บ้านวังพลับ เชื้อสายไทยอีสาน ผู้ที่อพยพเข้ามา คือ นายทม นายเรียบ และแม่พันธ์ อพยพมาจากทางภาคอีสาน

หมู่ที่ 10 บ้านหนองระมาน ในปี พ.ศ. 2538 หมู่บ้านหนองระมาน ได้แยกมาจาก หมู่ที่ 7 บ้านทุ่งโม่ง ตำบลวังทรายพูน ใน พ.ศ. 2538 แยกหมู่บ้านชื่อหนองระมาน สมัยแยกหมู่บ้านปี พ.ศ. 2538 มีการเลือกตั้งกำนันหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน ชื่อนางคำปาน แถวบุญตา เป็นผู้ใหญ่บ้านในปีแยกผู้ใหญ่บ้านใน พ.ศ. นั้น ที่มาของชื่อหมู่บ้าน บ้านหนองระมาน มีประวัติเล่าต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย เมื่อก่อนมีหนองน้ำบริเวณกว้างและมีต้นไม้ ชื่อต้นระมานอยู่เต็มไปหมด จากนั้นเลยตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนองระมาน สมัยแยกหมู่บ้าน ปี 2538 มีการเลือกตั้งกำนันหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน ชื่อนางคำปาน แถวบุญตา เป็นผู้ใหญ่บ้านในปีแยกผู้ใหญ่บ้านใน พ.ศ. นั้น กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 10 บ้านหนองระมาน เชื้อสายไทยลาว และไทยอีสาน อพยพมาจากหลายจังหวัด

หมู่ที่ 11 บ้านวังโม่ง บ้านวังโม่ง หมู่ที่ 11 ตำบลวังทรายพูน แยกมาจากหมู่บ้านทุ่งโม่ง หมู่ที่ 7 ตำบลวังทรายพูน เมื่อปี พ.ศ. 2538 ประชากรหมู่บ้านย้ายมาจาก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นส่วนใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดชัยนาท เป็นบางส่วนถึงจะมาจากต่างพื้นที่กันแต่ประชาชนก็มีความสามัคคี และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 11 บ้านวังโม่ง เชื้อสายไทยอีสานเป็นส่วนใหญ่ ด้วยกลุ่มไทยอีสานได้อพยพเข้ามาซื้อที่ดินอยู่อาศัย และชักชวนญาติพี่น้องจนกลายเป็นครอบครัวใหญ่ในภายหลัง

หมู่ที่ 12 บ้านหนองยางใต้ บ้านหนองยางใต้ สมัยดั้งเดิมประชากรส่วนใหญ่ ได้อพยพความแห้งแล้งและยากจนมากมาจากจังหวัดทางภาคอีสาน เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุบลราชธานี มหาสารคาม โดยการอพยพมาในครั้งนี้ มาเพื่อแสวงหาความอุดมสมบูรณ์ หาแหล่งทำกินที่อุดมสมบูรณ์ และแล้วการค้นพบจึงได้มาพบหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยต้นยาง จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนองยาง เมื่อค้นพบแหล่งทำกินที่อุดมสมบูรณ์แล้วนั้น ผู้บุกเบิกในการหาความอุดมสมบูรณ์ได้ส่งข่าวไปทางถิ่นฐานเดิมทา งภาคอีสาน จากครั้งแรกอพยพเพื่อแสวงหาความอุดมสมบูรณ์เพียง 10 ครอบครัว ก็ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2538 เนื่องจากมีจำนวนประชากรและครอบครัวมากขึ้นจึงได้แยกหมู่บ้านเป ็น 3 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองยาง หมู่ที่ 8 บ้านหนองยางใต้ หมู่ที่ 12 บ้านหนองยางเหนือ หมู่ที่ 13 ซึ่งที่ตั้งของบ้านหนองยางใต้มีระยะทางห่างจากตัวอำเภอ 11 กิโลเมตร และห่างจากตัวพิจิตร เป็นระยะทาง 36 กิโลเมตร โดยมีผู้ใหญ่บ้านที่ดำตำแหน่งดังนี้
1. นายวีระพงษ์ ชัยเวศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ถึง พ.ศ.2543
2. นางบุญช่วง ชัยเวศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ.2548
3. นางวิลาวรรณ มาลาแก้ว ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2553
4. นายสุทรี น้อมระวี ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ถึง ปัจจุบัน ที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประชากรส่วนใหญ่ ได้อพยพความแห้งแล้งและยากจนมากมาจากจังหวัดทางภาคอีสาน เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุบลราชธานี มหาสารคาม โดยการอพยพมาในครั้งนี้ มาเพื่อแสวงหาความอุดมสมบูรณ์ หาแหล่งทำกินที่อุดมสมบูรณ์ และแล้วการค้นพบจึงได้มาพบหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยต้นยาง จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนองยางใต้ กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 12 บ้านหนองยางใต้ เชื้อสายไทยอีสาน ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุบลราชธานี

หมู่ที่ 13 บ้านหนองยางเหนือ เมื่อประมาณปี 2500 ได้มีราษฎรจากภาคอีสานได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณหนองน้ำขน าดใหญ่ มีน้ำขังตลอดทั้งปี มีต้นยางใหญ่มากมาย ปัจจุบันยังมีหลักฐานปรากฏให้เห็นอยู่ คือ บริเวณหลังสถานีอนามัยบ้านหนองยาง เดิมบ้านหนองยางมีอาณาเขตขึ้นกับหมู่ที่ 4 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต่อมาทางราชการได้แบ่งเขตการปกครองใหม่ไปขึ้นกับหมู่ที่ 5 และที่ตั้งอำเภอวังทรายพูนขึ้นมา จากนั้นในปี 2519 จึงแยกบ้านหนองยางออกมาเป็นหมู่ที่ 8 ตำบลวังทรายพูน โดยมีผู้ใหญ่ถวิล พลธิมา เป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองในขณะนั้น และต่อมามีผู้ใหญ่จำรัส สอนสุรัตน์ เป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองเรื่อยมา จนถึงปี 2538 บ้านหนองยางมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น จึงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 หมู่ คือ หมู่ 8 หมู่ 12 และหมู่ 13 โดยมีอาณาเขตอยู่ทางทิศเหนือของชุมชนเดิม มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวน 150 ครัวเรือน มีผู้ใหญ่คนแรก คือนานคำบู่ กุดแถลง เป็นผู้ใหญ่บ้านปกครอง จนถึงปี พ.ศ. 2543 ต่อมาปี พ.ศ. 2544 มีผู้ใหญ่บ้านปกครองคนที่ 2 คือ นายสำนัก ชูศรีโฉม จนถึงปี 2543 และปัจจุบันมีผู้ใหญ่สมปอง สีดาเลิศ เป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองดูแลบ้านหนองยางเหนือ ที่มาของชื่อหมู่บ้าน บ้านหนองยางเหนือ แบ่งแยกการปกครองจากหมู่บ้านหนองยาง หมู่ 8 เมื่อปี พ.ศ. 2538 แยกจากพื้นที่ฝั่งทิศเหนือของทางหลวงชนบทสายวังทรายพูน ไทรย้อย จัดตั้งเป็นหมู่บ้านเรียกว่าบ้านหนองยางเหนือ จนถึงปัจจุบัน กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 13 บ้านหนองยาง เชื้อสายไทยอีสาน อพยพมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดกาฬสินธุ์

หมู่ที่ 14 บ้านวังทรายทอง บ้านวังทรายทอง หมู่ 14 แต่เดิมนั้นคือบ้านวังทรายพูน ซึ่งได้ก่อตั้งเป็นหมู่บ้าน ซึ่งมีวัดและลำคลองเป็นศูนย์รวม ต่อมาได้มีการแยกหมู่บ้าน โดยผู้ใหญ่โสม วงศ์ศรีไทย ได้แยกหมู่บ้านตั้งชื่อใหม่ว่า บ้านวังทรายทอง ซึ่งเป็นหมู่สุดท้ายของตำบลวังทรายพูน โดยแยกเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยมีผู้ใหญ่สุภาพ สาริโสด เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกในขณะนั้น เป็นเขตสุขาภิบาลต่อมาได้ยกเป็นเทศบาลตำบลและได้ให้เลือก ตั้งผู้ใหญ่ใหม่อีก ปัจจุบันมีผู้ใหญ่บ้าน คือ นายอนุชา เจริญทิม กลุ่มชนและเชื้อสาย หมู่ที่ 14 บ้านวังทรายทอง เชื้อสายไทยลาว ตระกูลดั้งเดิม คือ นายเสาร์ นางละมูล สาริโสด ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานประมาณ 100 กว่าปี




0.02s. 0.75MB